บทความข่าวสารอสังหาริมทรัพย์

5 ข้อ ควรรู้ไว้ ก่อนซื้อบ้าน และคอนโด

มีหลายคนมักจะสงสัยและตั้งคำถามในใจไว้มากมายเกี่ยวกับการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกันว่า การขอสินเชื่อบ้านนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากเราเตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้ ก็จะทำให้เรามีโอกาสผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้สูงขึ้นค่ะ

5 ข้อ ควรรู้ไว้ ก่อนซื้อบ้าน และคอนโด

1. ต้องไม่มีประวัติเสียทางการเงิน

ปกติโดยทั่วไปแล้ว ลูกค้าที่เคยมีประวัติเสียทางด้านการเงิน คือ ลูกค้าที่ติดแบล็คลิสต์ในฐานระบบบูโรแห่งชาติ จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้อีก แต่ก็จะมีบางธนาคารที่มีข้อยกเว้นให้กับลูกค้าที่เคยติดแบล็คลิสต์มา แต่ทำการเคลียร์ยอดหนี้ให้เป็น 0 แล้ว สามารถนำใบปิดหนี้มาแสดงแนบมาพร้อมกับเอกสารในการขอสินเชื่อได้เลยค่ะ

2. สามารถระบุแหล่งที่มาของเงิน หรือระบุที่มาของรายได้ อย่างชัดเจน

การเดินสเตทเม้นท์ก็มีความสำคัญมากๆ สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ทำงานประจำ เพราะเมื่อเราขอสินเชื่อเพื่อกู้ซื้อบ้านกับทางธนาคาร ก็จะมีการตรวจสอบที่มาของเงินในบัญชี เพราะฉะนั้นเราต้องสามารถระบุที่มาของเงินได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น หากเราขายเสื้อผ้าแฟชั่นที่ตลาดนัด นำเงินสดฝากบัญชีออมทรัพย์วันละ 3,000 บาท รายได้ต่อเดือนๆ ละ 90,000 บาท เราต้องมีบัญชีรายรับ-รายจ่าย และรูปถ่ายหน้าร้าน เพื่อระบุที่มาของรายได้ให้ชัดเจน แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือน จะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ เพราะทางธนาคารสามารถตรวจสอบรายได้ที่โอนเข้ามาในบัญชีของเราได้

3. ไม่ควรมีภาระหนี้สิน เกินอัตราที่ธนาคารกำหนด

การยื่นกู้ซื้อบ้าน เรื่องของภาระหนี้สินที่อยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้นั้น ถือว่ามีความสำคัญกับทางธนาคารมากๆ เพราะหากลูกค้ามีภาระหนี้สิน หรือมีรายจ่ายต่อเดือนมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลทำให้วงเงินในการอนุมัติสินเชื่อลดลง ทำให้เราไม่สามารถกู้ซื้อบ้านในราคาที่เราต้องการได้ เพราะฉะนั้นก่อนยื่นกู้ควรจะเคลียร์ภาระหนี้สินในระบบให้หมดก่อน แต่ถ้าหากเป็นหนี้สินนอกระบบที่ทางธนาคารตรวจสอบไม่ได้ ก็จะไม่มีผลใดๆ ต่อการขอสินเชื่อค่ะ

4. ควรเช็คสิทธิ์สวัสดิการซื้อบ้านกับทางบริษัทก่อนยื่นกู้

สวัสดิการกู้ซื้อบ้าน ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีให้กับพนักงาน เพราะฉะนั้นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเอง เราควรเช็คสิทธิ์สวัสดิการกู้ซื้อบ้านกับทางบริษัทก่อนยื่นขอสินเชื่อ หากเป็นพนักงานประจำของบริษัทสามารถสอบถามกับฝ่ายบุคคลหรือแผนก HR ได้โดยตรงค่ะ ลูกค้าที่มีสวัสดิการกู้ซื้อบ้านกับลูกค้าที่ไม่มีสวัสดิการ จะแตกต่างกันมาก หากลูกค้าที่มีสวัสดิการกู้ซื้อบ้าน 100% ทางธนาคารก็จะมีการจัดเกรดสวัสดิการของบริษัทนั้นๆ ออกไปอีก ซึ่งธนาคารที่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ส่วนใหญ่ก็จะมี 2 ธนาคารคือ ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราห์

พนักงานที่มีสวัสดิการกู้ซื้อบ้าน จะสามารถยื่นกู้ขอสินเชื่อได้ 100% เต็มของราคาประเมินบ้าน ซึ่งจะไม่สามารถยื่นกู้ขอสินเชื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้านได้อีก แต่ก็จะมีลูกค้าอีกกลุ่มนึง คือพนักงานที่ทำงาน 7-11 หรือ Family mart จะมีสวัสดิการกู้ซื้อบ้านสามารถขอสินเชื่อได้ 100 % เต็มของราคาประเมินบ้าน + กับกู้ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้านได้อีก 10% ของราคาประเมิน รวมเป็น 110% ซึ่งพนักงานกลุ่มนี้ได้รับสิทธิ์สวัสดิการพิเศษจากทางรัฐบาลที่เล็งเห็นว่า พนักงานกลุ่มนี้ทำงานหนักเพราะร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 หรือ Family mart เปิดให้บริการประชาชน 24 ชั่วโมง และลูกค้าที่ใช้สิทธิ์สวัสดิการยื่นกู้สินเชื่อบ้านนั้น จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าประชาชนทั่วไปด้วยค่ะ

5. เลือกซื้อบ้าน ให้ราคาบ้าน เหมาะสมกับรายได้ของเรา

การเลือกซื้อบ้านที่ราคาสูงเกินไป อาจจะทำให้เราไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อบ้านได้นะค่ะ เพราะฉะนั้นการเลือกบ้านที่ราคาเหมาะสมกับรายได้ของเรา ก็จะทำให้ง่ายต่อการขอสินเชื่อบ้าน อีกทั้งยังผ่อนส่งต่อเดือนไม่หนักมากด้วย เพราะทางธนาคารจะมีการคำนวนระยะเวลาในการผ่อนส่งค่างวด กับรายได้ของเราให้มีความสอดคล้องกันก่อนที่จะอนุมัติสินเชื่ออยู่แล้ว แต่ก็จะมีลูกค้าบางคนที่ต้องการบ้านราคาสูงกว่ารายได้ของตนเองตามที่ธนาคารกำหนด

ในกรณีนี้ลูกค้าสามารถหาคนมากู้ร่วมกับตนเองได้ ซึ่งคนที่จะมากู้ร่วมกับเรานั้น จะต้องเป็นพี่น้องหรือบุคคลที่สืบสายเลือดเดียวกันเท่านั้น หรือจะเป็นสามี-ภรรยา ไม่ต้องจดทะเบียนสมรสกันก็ได้ค่ะ การกู้ร่วมก็อาจจะทำเรื่องยุ่งยากนิดนึง แต่ก็จะทำให้เรามีโอกาสผ่านการพิจารณาสินเชื่อได้ง่ายขึ้นค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *